ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

การดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

โครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน: ฟรี "น้ำ-ไฟ-รถเมล์ลม-รถไฟชั้น 3-ตรึงราคาก๊าซแอลพีจี"

ภาพประกอบ น้ำ-ไฟ-รถเมล์ลม-รถไฟชั้น3-ตรึงราคาก๊าซแอลพีจีจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโลกและภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของไทย ทั้งในด้านการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศชะลอตัวลง ภาวะการว่างในระดับสูง และส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบดังกล่าว คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชน เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2552 โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือภาระค่าครองชีพของประชาชนภายหลังจากมาตรการเดิม (6 มาตรการ 6 เดือน) เสร็จสิ้นลงและให้ใช้หลักเกณฑ์ใหม่ของแต่ละมาตรการ เป็นระยะเวลา 6 เดือน (5 มาตรการ 6 เดือน) ซึ่งรัฐบาลได้ขยายมาตรการออกไปจนถึงสิ้นปี 2552

มาตรการลดค่าใช้จ่ายน้ำประปาของครัวเรือน

ภาครัฐรับภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้น้ำประปาประเภทที่อยู่อาศัยและผู้เช่าที่อยู่อาศัย ที่มีปริมาณการใช้น้ำในช่วงระหว่าง 0-30 ลูกบาศก์เมตร/เดือน โดยครอบคลุมผู้ใช้น้ำประปาที่ได้รับบริการจากการประปานครหลวง (กปน.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยมีผู้ใช้น้ำได้รับประโยชน์สะสมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ประมาณ 30.14 ล้านครัวเรือนหรือเฉลี่ย 7.54 ล้านครัวเรือน/เดือน แบ่งเป็น

  1. ผู้ใช้น้ำที่อยู่ในเขตนครหลวง ประมาณ 4.06 ล้านครัวเรือน หรือเฉลี่ย 1.02 ล้านครัวเรือน/เดือน
  2. ในเขตภูมิภาค ประมาณ 7.68 ล้านครัวเรือน หรือเฉลี่ย 1.92 ล้านครัวเรือน/เดือน
  3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประมาณ 18.4 ล้านครัวเรือน หรือเฉลี่ย 4.6 ล้านครัวเรือน/เดือน

มาตรการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของครัวเรือน

โดยภาครัฐรับภาระค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนทั่วประเทศที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย/เดือน โดยมีผู้ใช้ไฟได้รับประโยชน์สะสมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ประมาณ 35.52 ล้านครัวเรือน หรือเฉลี่ย 8.88 ล้านครัวเรือน/เดือน และเขตภูมิภาค ประมาณ 33.12 ล้านครัวเรือนหรือเฉลี่ย 8.28 ล้านครัวเรือน/เดือน

มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางรถโดยสารประจำทาง

ภาครัฐรับภาระค่าใช้จ่ายโดยสารรถประจำทางของ ขสมก. ประเภทรถโดยสารธรรมดาที่ให้บริการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 800 คัน ใน 73 เส้นทาง โดยมีผู้รับบริการสะสมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ประมาณ 52.10 ล้านคนหรือเฉลี่ย 13.03 ล้านคน/เดือน

มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางโดยรถไฟชั้น 3

ภาครัฐรับภาระค่าใช้จ่ายค่าโดยสารรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม จำนวน 164 ขบวน และรถไฟชั้น 3 เชิงพาณิชย์ จำนวน 8 ขบวน โดยมีผู้รับบริการสะสมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ประมาณ 11.34 ล้านคนหรือเฉลี่ย 2.52 ล้านคน/เดือน และผู้โดยสารรถไฟชั้น 3 เชิงพาณิชย์ ประมาณ 1.26 ล้านคนหรือเฉลี่ย 0.32 ล้านคน/เดือน

การตรึงราคาก๊าซหุงต้ม

รัฐบาลได้ตรึงราคาขายปลีกก๊าซหุงต้มในประเทศ โดยให้สถาบันบริหารกองทุนพลังงานใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจ่ายชดเชยการนำเข้าก๊าซหุงต้ม ตั้งแต่เดือน มกราคม 2552 เป็นต้นมา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการใช้ก๊าซหุงต้มของภาคครัวเรือนซึ่งในปี 2551 ได้จ่ายเงินชดเชยสำหรับการนำเข้าก๊าซหุงต้ม เป็นจำนวนเงินประมาณ 7,948 ล้านบาท โดยในปี 2551 มียอดหนี้ชดเชยก๊าซหุงต้ม นำเข้าทั้งสิ้น 7,733 ล้านบาทและกองทุน ฯ ได้ดำเนินการชำระเงินชดเชยไปแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 768.93 ล้านบาท (ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2552) สำหรับการนำเข้าก๊าซหุงต้ม ในปี 2552 ระหว่างมกราคม – มิถุนายน 2552 มีปริมาณการนำเข้าทั้งสิ้น 159 ล้านตัน โดยคิดเป็นเงินชดเชยประมาณ 713 ล้านบาท และกองทุนฯ ดำเนินการชำระเงินชดเชยไปแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 342.89 ล้านบาท (ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2552)

สำหรับการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันให้กลับไปอยู่ในอัตราเดินก่อนการดำเนินมาตรการ โดยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการจ่ายชดเชย ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2552 รัฐบาลได้ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่จะเพิ่มสูงขึ้น โดยปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนฯ รวมทั้งสิ้น 2,845 ล้านบาท และเมื่อกระทรวงการคลังปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2552 รัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนฯ บรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยในช่วงวันที่ 14 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2552 กองทุนฯ ได้ช่วยรับภาระจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตแล้วจำนวนทั้งสิ้น 7,071 ล้านบาท

สรุปค่าใช้จ่ายที่ช่วยลดภาระ

ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ – มิถุนายน 2552 รัฐบาลได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับมาตรการ ทั้ง 5 มาตรการข้างต้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนไปแล้วเป็นจำนวนรวม 7,416 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

มาตรการ
วงเงิน/ล้านบาท
1.มาตรการชะลอการปรับราคาก๊าซหุงต้ม (LPG)
343
2.มาตรการลดค่าใช้จ่ายน้ำประปกของครัวเรือน
2,234
 การประปานครหลวง
780
 การประปาส่วนภูมิภาค
1,454
3. มาตรการลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าต่อครัวเรือน
4,349
 การไฟฟ้านครหลวง
317
 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
4,032
4.มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางรถไฟโดยสารประจำทาง
320
5.มาตรการลดค่าใช้จ่ายเดินทางโดยรถไฟชั้น 3
170
รวม
7,416

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าประชาชนได้รับประโยชน์จากการดำเนินโครงการ 5 มาตรการ 6 เดือน ของรัฐบาลเป็นอย่างมาก ดังนั้น เมื่อวัน 14 กรกฎาคม 2552 ครม. จึงมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาการดำเนินการโครงการดังกล่าวต่อไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552

แบ่งปันผ่านทาง Social networks

  • แบ่งปันผ่านทาง  googlebuzz
  • ส่งหน้านี้เข้าอีเมล์
  • พิมพ์หน้านี้

ขนาดตัวอักษร

  • ตัวหนังสือขนาดปกติ
  • ตัวหนังสือขนาดปานกลาง
  • ตัวหนังสือขนาดใหญ่