ผลการดำเนินงานของรัฐบาล

รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่มีปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองทั้งที่เป็นเงื่อนไขภายในและจากภายนอก โดยที่เศรษฐกิจได้เข้าสู่ภาวะวิกฤตที่มีความรุนแรงมากที่สุดในรอบศตวรรษ ขณะเดียวกันสังคมไทยมีความแตกแยกและความขัดแย้ง เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันในทางการเมือง และการดำเนินโครงการพัฒนาประเทศในเรื่องต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ส่งผลเชิงลบต่อขวัญกำลังใจ และภาวะความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุน จากผลกระทบทั้งภายในและภายนอกประเทศ

การดำเนินงานที่สำคัญตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในรอบ 6 เดือน (มกราคม – มิถุนายน 2552) ซึ่งจำแนกออกได้เป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย

แก้ไขและบรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจ

เพื่อแก้ไขและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก รัฐบาลได้ใช้มาตรการหลายชนิดผสมผสานกัน เช่น ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน บรรเทาการว่างงาน ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ในขณะเดียวกันก็มองหาหนทางเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน และลงทุนทางสังคมในเชิงรุก

สร้างความเชื่อมั่น

เร่งสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับนานาชาติ และสร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทย แก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วางรากฐานการพัฒนาในอนาคต

เป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ทั้งในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ลอจิสติกส์ การเกษตร สาธารณสุข ทรัพยากรมนุษย์ ฯลฯ โดยการลงทุนเหล่านี้จะสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2553-2555

แก้ไขปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า

ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิด A H1N1 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก

ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของประชาชน

ผลการดำเนินงานตามข้อเรียกร้องของประชาชน และองค์กรภาคประชาชนต่างๆ เช่น กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร บ่อกำจัดขยะจังหวัดสระบุรี การประท้วงเนื่องจากถูกเลิกจ้าง ปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ปัญหาผลกระทบด้านเสียงของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณอาคารพาณณิชย์และตลาดคลองเตย