เพื่อช่วยเหลือภาระค่าครองชีพของประชาชนและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่เกษตรกร รัฐบาลได้จัดงานจำหน่ายสินค้า "ธงฟ้าราคาประหยัด"
ซึ่งเป็นสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและสินค้าด้านการเกษตร ในราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไปร้อยละ 20 – 40 โดยมีการจัดงานกระจายทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 245 ครั้ง สามารถลดรายจ่ายของประชาชนได้ร้อยละ 20 - 40 หรือประมาณ 707 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังส่งเสริมร้านอาหารมิตรธงฟ้า ร้านอาหารธงฟ้า และรถเข็นธงฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในการซื้อสินค้าอาหารสำเร็จรูป ที่มีปริมาณและคุณภาพเหมาะสมกับราคา (หน่วยละ 12.50 – 25.00 บาท) จำนวนรวมทั้งสิ้น 5,186 ร้านทั่วประเทศ
การกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภค – บริโภค และบริการที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพ อาทิ น้ำมันพืชและยารักษาโรค นม ข้าวหอมมะลิ ผลซักฟอก ยาสีฟัน โดยเฉพาะปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตทางการเกษตร ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญในการกำกับดูแลราคาเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้บริโภค รวมทั้งไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยการตั้งราคาที่ไม่สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบ

อีกหนึ่งมาตรการการกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคและบริการที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพของกระทรวงพาณิชย์กับโครงการ "บัตรสีฟ้า"
หรือ "บลู การ์ด"
(Blue Card) เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ด้วยการลงนามร่วมมือ (Memorandum of Understanding: MOU) ระหว่างกรมการค้าภายในกับผู้ประกอบธุรกิจจำนวน 13 ราย ระหว่างเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2552 เพื่อให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของภาครัฐเพื่อจัดทำคูปองส่วนลดในการซื้อสินค้าที่ใช้ร่วมกับบัตรสีฟ้า
ล่าสุดนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เปิด "โครงการบัตรสีฟ้า"
(Blue Card) ระยะที่ 2 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอีก 17 ราย ระหว่างเดือนเมษายน – กรกฎาคม 2552
ทั้งนี้ได้จัดทำโครงการ "ฟ้าสดใน คนไทยยิ้มได้"
(Blue Sky Smile Thailand) โดยมี 4 โครงการ คือ Blue Shop, Blue Farm, Blue Outlet และ Blue Service โดยผู้ถือบัตรสีฟ้าจะได้รับคูปองส่วนลดพิเศษในการซื้อสินค้าและบริการในราคาเพียง 60 บาท
เบื้องต้นได้มอบบัตรสีฟ้า และคูปองส่วนลดราคาสินค้า ให้แก่สมาชิกเครือข่ายของกรมการค้าภายใน จำนวน 20,000 ราย ได้แก่ แม่บ้านอาสาธงฟ้า 1569 ร้านอาหารธงฟ้า รถเข็นธงฟ้า ร้านมิตรธงฟ้า และแท็กซี่ธงฟ้า เป็นต้น
โดยมีผลดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้
จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์ต้องเข้ามากำกับดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2552 มีผู้ประกอบการขอปรับราคาสินค้าเพิ่ม 2 รายการ การปรับลดราคาสินค้าและตรึงราคา 29 รายการ และการปรับราคาลดลงของปุ๋ยเคมี และปุ๋ยยูเรีย ดังนี้